Posts

ภาษาเยอรมัน ยากกว่า ภาษาไทย จริงหรือ?

Bild
  #ภาษาเยอรมัน สวัสดีปีกระต่ายนะคะ ขอเริ่มต้นปีด้วยการให้กำลังใจทุกคนที่กำลังเตรียมตัวเรียนภาษาที่ 2 หรือที่ 3 อยู่นะคะ อันนี้เป็นข้อมูลที่ได้มาจาก Foreign Service Institute ( FSI ) ที่ประเมินความยากในการเรียนภาษากว่า 70 ภาษาทั่วโลก จากเหล่านักการทูตของสหรัฐอเมริกาที่ต้องไปประจำการในประเทศต่าง ๆ ระดับสีที่เข้มมากแสดงถึงความยากของภาษาเหล่านั้นค่ะ - ภาษาระดับ 1 (ใช้เวลาเรียนประมาณ 24-30 สัปดาห์) Danish, Dutch, French, Italian, Norwegian, Portuguese, Romanian, Spanish และ Swedish จะเห็นได้ว่าเป็นกลุ่มภาษาในยุโรปเกือบทั้งหมด - ภาษาระดับ 2 (ใช้เวลาเรียนประมาณ 36 สัปดาห์) #Deutsch ภาษาของชาวเราอยู่ระดับนี้นะคะ, Haitian, Indonesian, Malay และ Swahili ระดับนี้เริ่มมีภาษาจากฝั่งเอเชียเข้ามาร่วมด้วยแล้ว - ภาษาระดับ 3 (ใช้เวลาเรียนประมาณ 44 สัปดาห์) Albanian, Burmese, Farsi, Heb rew, Hindi, Hungarian, Khmer, Lao, Nepali, Polish, Russian, Tagalog, #ไทย ภาษาแม่ของเรายากระดับนี้เลยย และ Vietnamese ยังมีอีกหลายภาษาเลยนะคะในกลุ่มนี้ เรายกมาแค่บางส่วนที่น่าจะเป็นที่รู้จัก - ภาษาระดับ 4 (ใช้เวลาเรีย...

Anxious people ฝนตกขี้หมูไหล ฉบับสวีดิช

Bild
เริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ในวันที่ 30 ธันวาคม 2022 ซึ่งเนื้อเรื่องในหนังสือก็เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เช่นกัน นักเขียนชาวสวีดิชท่านนี้ ค่อนข้างเป็นที่นิยมมาก ๆ ในเยอรมนี เห็นหนังสือของเขามานานล่ะ เคยเจอหนุ่มเยอรมันนั่งอ่านหนังสือเรื่องคุณลุง Ove ในรถไฟ ตอนที่เราก็หยิบ Think Again ไปอ่าน นอกจากนี้ งานของ Fredrik Backman เป็นงานของนักเขียนชาวสวีดิชคนที่สองที่เราเคยอ่าน โดยท่านแรกก็คือ Stieg Larsson ผู้ล่วงลับ ที่เขียนเรื่อง The Girl with the Dragon Tattoo นั่นเอง แต่ mood and tone ของทั้งสองท่าน ต่างกันเยอะอยู่ เหมือนกันอยู่อย่างเดียวคือความหม่นของอากาศในแถบสแกนดิเนเวียนั่นเอง หนังสือเรื่อง Anxious People หรือ Eine ganz dumme Idee เป็นหนังสือที่แหวกขนบหนังสือชุบชูใจ และเสียดสีประเด็นทางการเมืองได้อย่างแยบยลเลย ปกติหนังสือแนว healing ไม่ใช่ตัวเลือกที่เราจะอ่านเท่าไหร่ และจะประทับใจยาก ยกตัวอย่าง Midnight Library ที่เพิ่งอ่านจบไป ก็ไม่รู้สึกว่ามีการประทับร่องรอยอะไรไว้มากมายหลังจากอ่านจบ แต่เล่มนี้ทำได้ดีกว่าเยอะมาก เพ้อฝันและโลกสวยน้อยกว่า และดูมี...

การเมืองฟิลิปปินส์ x การเมืองไทย

Bild
จากที่เคยตั้งปณิธานว่าจะอ่านหนังสือของนักเขียนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านเรามากขึ้น เล่มนี้ จึงเป็นเล่มสุดท้ายของปี 2022 เขียนโดย Maria Ressa นักข่าวชาวฟิลิปปินส์ ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2021 ซึ่งเป็นรางวัลแรกของประเทศฟิลิปปินส์ เนื้อเรื่องในหนังสือ "How To Stand Up to a Dictator" Der Kampf um unsere Zukunft มีความสดใหม่ เพราะเพิ่งตีพิมพ์ในปี 2022 ที่มีการครอบคลุมเนื้อหาหลายอย่างที่ผู้อ่านกำลังประสบอยู่ หรือยังไม่ลืมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่แน่ใจว่ามีการแปลเป็นภาษาไทยหรือยัง เราซื้อเป็นฉบับภาษาเยอรมัน  หนังสือ 327 หน้า อัดแน่นด้วยเชิงอรรถและแหล่งอ้างอิง ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน โดยหนังสือแบ่งออกเป็น 3 องก์ เรียงตามลำดับเวลา 1963-2004 อำนาจ สื่อสารมวลชน และ ประเทศฟิลิปปินส์ 2005-2017 การมาถึงของ Facebook สำนักข่าว Rappler และหลุมดำของ Internet 2018-ปัจจุบัน การจับกุม ทางเลือก และการต่อสู้เพื่ออนาคต ออกตัวก่อนว่าความรู้ทางการเมืองของประเทศฟิลิปปินส์มีอยู่เพียงน้อยนิด แต่พออ่าน ๆ ไปในองก์แรก ก็แอบอึ้งว่ารัฐบาลของชาวฟิลิปปินส์ดูโหดร้ายมากกกกก...

เชิญชวนมาสูดกลิ่นของหนังสือชีวิต ณ ห้องสมุดเที่ยงคืน

Bild
The Midnight Library หรือ ห้องสมุดเที่ยงคืน เป็นหนังสือที่เอาไว้เยียวยาจิตใจได้ดีระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า เพราะเนื้อเรื่องมีการพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตายอยู่เป็นระยะ ๆ หากอ่านไม่จบเล่มอาจจะได้ message ที่ผิดพลาดได้ วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา "เส้นเรื่องหลัก"​ ที่หนังสือจะสื่อในความเข้าใจของเรา คือ "ชีวิตมันมีความเป็นไปได้และศักยภาพอย่างไม่สิ้นสุด และเมื่อเราตัดสินใจเลือกแล้ว เราต้องยอมรับทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดีจากทางเลือกนั้น" ซึ่ง message ตรงนี้สำหรับเรา ไม่ได้ ว้าว อะไรขนาดนั้น เนื่องด้วยเราอ่านหนังสือปรัชญา หนังสือธรรมะ และฝึกเจริญสติมานานกว่า 10 ปี ก็เลยคิดว่าถ้าศึกษาด้านนี้มานาน มันก็เป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ คือคุณจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือความสุข ถ้าคุณไม่เคยผ่านความทุกข์มาก่อน ความสุขและทุกข์ก็ยังมี degree ที่แยกย่อยไปได้อีก จะหวังให้ชีวิตมีแต่ความสุขอย่างเดียว มันเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติมาก และเราเรียนรู้อะไรได้มากจากความทุกข์มากกว่าความสุข - นอกจากนี้ ตอนเริ่มต้น ที่ตัวเอก Nora Seed อายุ 35 ปีแล้ว (ที่ก็ถือว่าไม่ได้อายุห่างจากเรามาก) ...

แบกเป้ปีนเขา ฉบับคนงอแง

Bild
  # หนังสือกับการเดินทาง นอกจากการชอบไปนั่งอ่านหนังสือตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร ผับบาร์ สถานที่ที่เหมาะมากแก่การตั้งสมาธิอ่านหนังสือคือระหว่างที่เราไปเดินป่า ปีนเขา trekking นั่นเองค่ะ - ที่เหมาะมาก ๆ เพราะว่าพื้นที่ที่เราเลือกไปปีนเขาจะไม่มีสัญญาณ internet หรือหากเป็นทริปยาว ๆ เกิน 5 วัน แบตและ power bank ก็ไม่พอ ยิ่งตอนที่ปีน Everest Base Camp เพราะอุณหภูมิมันติดลบ ส่งผลให้แบตยิ่งหมดเร็วมากกกก ดังนั้น กิจกรรมที่ไว้ทำก่อนนอนเมื่อไม่มีมือถือให้ไถเล่นหรือ netflix ให้ดู ก็กลับมาสู่ basic คือหนังสือที่พกไปเพียงเล่มเดียว (พกเยอะไม่ไหว เพราะต้องแบกเองตลอดเส้นทาง) หนังสือที่เลือกหยิบไป จะเป็นหนังสือที่เชื่อมโยงกับเขาที่ไปปีนค่ะ - Rinjani อินโดนีเซีย - เลือก This Earth of Mankind ของ Pramoedya Ananta Toer นักเขียนชาวอินโดนีเซีย เป็นเรื่องราวของประเทศเพื่อนบ้านในยุคที่อยู่ภายใต้อาณานิคมของ Dutch ที่คนไทย ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครอาจจะนึกภาพไม่ออก นอกเหนือจากเรื่อง melodrama ที่เป็นเส้นเรื่องหนึ่งแล้ว ยังพูดถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ และการดิ้นรนของผู้หญิงในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ - Everes...

แบกเป้ บินเดี่ยว เที่ยวกรุงลอนดอน

Bild
  #solotraveller #travellight เดินทางไปลอนดอนครั้งที่ 2 นี้ เป็นการเดินทางแบบตัวเบาที่สุดเท่าที่เคยทำมา คือไม่มีการโหลดกระเป๋า มีแค่ carry-on ใบเดียวและน้ำหนักห้ามเกิน 8 กก. ๐ โจทย์คือไปเที่ยวคนเดียว 9 วันและต้องไปงานที่เป็นทางการด้วย จะจัดกระเป๋ายังไง? ต้องเผื่อซื้อของเพิ่มด้วยมั้ย? เผื่อเท่าไหร่? โดยที่ห้องก็ไม่ได้มีเครื่องชั่งน้ำหนัก เลยต้องกะ ๆ เอา แล้วไปตายเอาดาบหน้า 😂😂😂 ๐ ตามรูป คือแบ่งออกเป็น 2 ชุด #ชุดทางการ คือ (1-3) สูทสามชิ้น ของ POEM ที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงอย่างน้อยสามนิ้ว ก็เลยต้องเอา (4) รองเท้าบู้ท ไปด้วย #ชุดลำลอง แบ่งเป็น ชุดที่ใส่วันเดินทางขึ้นเครื่อง (5) แจ็คเก็ต (6) หมวก (7) ผ้าพันคอ (8.) onitsuka สีดำ (9) ถุงเท้าสองคู่ (10) กางเกงยีนส์ (11) เสื้อยืดแขนยาว (12) เสื้อขนแกะสีชมพู ชุดที่ใส่เป้ สำหรับวันอื่น ๆ (13) เสื้อยืดสีดำ (14) เสื้อยืดสีขาว (15) เสื้อกันหนาว Patagonia (16) กระโปรงลายสก็อตสีเทา (17) เสื้อยืดตัวยาวเป็นชุดนอน (18) ถุงน่อง ของใช้ ก็จะมีเครื่องสำอาง ที่ทุกอย่างต้องเป็นขนาดไม่เกิน 100ml และอดเอาชุดมีดพก Victorinox ไปด้วย เพราะห้ามพกขึ้นเครื่อง...

ร้านหนังสืออิสระ ณ กรุงลอนดอน

Bild
  #ร้านหนังสือต่างประเทศ เดินเล่นเรื่อยเปื่อยตอนบ่าย ณ​ กรุงลอนดอน ข้อดีของการมาเที่ยวคนเดียวคือเราสามารถปรับเปลี่ยนตาราง ปรับเปลี่ยนแผน และการใช้เวลาในแต่ละที่ได้อย่างอิสระ ทำให้เมื่อเจอร้านหนังสือเก่า ก็สามารถแวะเข้าไปดู และเม้าส์มอยกับคนขายหนังสือได้ตามอัธยาศัย ร้านนี้ชื่อ Henry Pordes เป็นร้านหนังสือขนาดกลาง ที่ซุกตัวอยู่ริมถนนอันพลุกพล่านของย่าน Soho แค่เห็นหนังสือตรงตู้โชว์ ก็รีบเดินเข้าไปทันที สิ่งแรกที่กระทบโสตประสาทคือ #กลิ่นกระดาษ ของหนังสือหลากหลายประเภท คนที่ชมหนังสือในร้าน ก็มีหลายช่วงวัย ตั้งแต่วัยชรา ไปจนถึงวัยรุ่น เห็นแล้วประทับใจมากกก เดินเข้าหยิบจับ แบบระวังมาก บางเล่มถูกห่อไว้อย่างดีด้วยพลาสติก บางเล่มที่เป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก จะมีแปะไว้ให้เห็นชัด แล้วบอกอีกว่ามีอยู่กี่เล่มที่ยังหลงเหลืออยู่ อย่างเล่มนี้ คือ Sense and Sensibility ฉบับปี 1899 แบ่งเป็น 2 เล่ม ที่ชอบมาก เพราะทั้งเล่มจะมีภาพประกอบสี่สีแบบนี้เป็นระยะระยะ เล่มนี้มีแล้วในคลังแสง เป็นฉบับภาษาอังกฤษ อยากจะหอบกลับมาเยอรมนีด้วย แต่พอไปถามราคา รีบวางแทบไม่ทัน ร้านขายสองเล่มในราคา 92 ปอนด์ คือก็อยากได้นะ แต...